|
DEEWRITE : ก่อนจะมาเป็นนักวาดภาพจนมีผลงานออกมาเป็นเล่ม
ไม่ทราบว่ามีที่มาที่ไปยังคะ
พี่ระจัน
: เพราะชอบวาดภาพเลยอยากวาดภาพ(ฮา)
ความจริงเราจบศิลปะมา
ชอบวาดรูปเป็นทุนเดิม ทำงานก็เกี่ยวกับการวาดรูปมาตลอด ฉะนั้นการวาดรูปแล้วได้ออก
หนังสือ เป็นผลผลิตจากอดีตทั้งนั้น
DEEWRITE
: ถ้าอย่างนั้น ตอนแรกเริ่มจากวาดมือก่อนใช่ไหมคะ แล้วถึงหัน
มาวาดจากคอมฯ ในตอนหลัง
พี่ระจัน
: ใช่แล้ว ส่วนจะวาดมือหรือวาดคอม
นี่แล้วแต่ภาวะ ขณะนั้น แปลว่า
เราสะดวกอะไรตอนนั้น
DEEWRITE
: ระหว่างวาดมือกับวาดด้วยคอมฯ อันไหนยากกว่ากันคะ
พี่ระจัน
: ยากทั้งคู่ และง่ายทั้งคู่ เหมือนกวนเนอะ
แต่มันมีความยากง่ายคนละแบบ
แต่ทั้งสองอย่างต้องมีเบสิคการวาดรูปตามสมควร

"ความรักผ่านลายเส้น"
ผลงานเล่มแรกกับสำนักพิมพ์มติชน
DEEWRITE : ผลงานที่ออกมาเป็นรูปเล่มแล้ว ชื่ออะไรบ้างคะ
พี่ระจัน
: ที่ผ่าน สนพ (หมายถึงมี บ.ก) 1.
ความรักผ่านลายเส้น
2. เราไม่ต้องรักกันแต่ฉันต้องรักเธอ
3.ห่วงเธอทุกวัน จะคิดถึงกันทุกคืน
4.ให้ความรักเดินทางระหว่างเรา
เล่มแรก ออกกับมติชน อีกสามเล่ม ออกกับ
สนพ. อักขระบันเทิง
DEEWRITE
: ผลตอบรับจากคนอ่านเป็นยังไงบ้างคะ
พี่ระจัน
: ผลตอบรับ คือไม่มีพิมพ์ซ้ำเลย
หมายถึงยอดขายคงไม่ดีนัก แต่ก็ได้แฟนนานุแฟน
กลุ่มหนึ่งที่เหนียวแน่นตามสมควร
DEEWRITE
: แฟนหนังสือบอกไหมคะว่าชอบส่วนไหนในงานของพี่
พี่ระจัน
: ชอบหลายตรง ตรงเส้นก็มี ตรงเรื่องก็มี
หรือชอบทั้งสองอย่างก็มี
งานมีคนชอบมากแต่ขายไม่ดี น่าแปลกมาก คือได้รับการส่งต่อเยอะ ในมือถือยังมี
แต่พอทำเป็นหนังสือขายไม่ได้เลย(ฮา) น้าตู่(บก.
มติชน) บอกว่า มันแปลกมาก
ทำไมมันไม่ขาย คงต้องมานั่งทบทวนการนำเสนอ

ผลงานทั้งสามเล่มที่ออกกับ
สำนักพิมพ์อักขระบันเทิง
DEEWRITE
: แล้วนอกจากงานรวมเล่มของตัวเองแล้ว มีรับงานวาดภาพ
ประกอบให้หนังสือเล่มอื่นบ้างไหมคะ
พี่ระจัน
: ในอดีต งานฝิ่น(อิสระ)ทั่วไปรับหมด
แต่ตอนนี้ไม่รับที่ไหนเลย
ส่วนงานที่ทำคือหนังสือพ้อกเก็ตบุ๊คในเครือซีเอ็ด(เท่านั้น)
DEEWRITE
: ความรู้สึกที่เห็นงานของตัวเองได้รับการส่งต่อเป็นฟอร์เวิร์ดเมล์
ในอินเตอร์เน็ต เป็นอย่างไรคะ
พี่ระจัน
: ดีใจ ปัจจุบันก็ยังดีใจ วนมาอีกกี่ทีก็ดีใจ
ได้รับเมล์มา เป็นการดีอย่างหนึ่งคือ
ทำให้เรานึกได้ว่า เมื่อเริ่มเขียนงาน เราคิดอะไร พยายามกลับไปที่จุดนั้นให้ไวที่สุด
เพราะตอนหลัง เราทำงานไม่ได้อีก เพราะมัวไปกังวลกับยอดขายมากไป จนคิดว่า
ทำแล้วไม่มีคนสนับสนุนก็ไม่รู้ทำไปทำไม (ประเด็นนี้น่าคิดนะคะ)

หนึ่งในผลงานที่ถูกส่งต่อทางอินเทอร์เน็ต
ภาพลายเส้นอื่นๆ ชมได้ที่.- bloggang.com
DEEWRITE
: ตอนนี้ได้ข่าวว่ารับงานสอนวาดภาพด้วย
พี่ระจัน
: ใช่ครับผม สอนศิลปะเด็ก ที่ ร.ร.
พิชชา ชั้น 4 ตึกไทยพาณิชย์ปาร์ค
รัชโยธิน โทร 02-937-9263 สอน เสาร์ -อาทิตย์ ผมสอนเฉพาะเสาร์
แต่ไปที่โรงเรียนทั้งสองวัน
DEEWRITE
: สำหรับทายาทตัวน้อย น้องวาดเขียน
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า
คุณพ่อต้องชอบวาดๆ เขียนๆ แน่ๆ คิดไว้หรือยังคะว่าจะให้น้องเขาเรียนทางไหน
เป็นพิเศษ
พี่ระจัน
: ตั้งชื่อ เพราะ เป็นการบ่งบอกสิ่งที่เรารัก
แต่คงไม่เจาะจงไปว่าต้องให้เขารัก
ในสิ่งที่เรารัก เขาโตไปก็คงมีสิ่งที่เขารักอาจจะเหมือนสิ่งที่เรารักหรืออาจจะแตกต่าง
ออกไปเลยก็ได้
DEEWRITE
: นอกจากสอนวาดภาพแล้ว ในอนาคตจะผลิตผลงานออกมา
เป็นเล่มอีกไหมคะ
พี่ระจัน
: ในอนาคต คงทำเป็นเล่มอีกแน่ แต่คงไม่ใช่ในขณะนี้
เพราะผมเพิ่งบอก สนพ.
แห่งหนึ่งไปว่า ผมไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป หมายถึง ต้องรอทำมือ หรือ
รอ สนพ. อื่น
ที่คุยกันลงตัว รอทำมือหรือทำเอง คงมีโอกาสมากกว่า
DEEWRITE
: มีคำแนะนำให้น้องๆ เพื่อนๆ ที่สนใจงานวาดภาพประกอบ
หรือวาดภาพปกไหมคะ
พี่ระจัน
: คงไม่มีสำหรับคนวาดเพราะถ้าวาดได้ขนาดนั้นคงเป็นมืออาชีพไปแล้ว
แต่มีสำหรับคนที่จะฝึกวาด คือ ตั้งใจ ฝึกฝน
อดทน อุทิศตนให้แตกต่าง มันต้องตั้งใจ
อุทิศตน อดทน ฝึกฝนให้แตกต่าง
DEEWRITE
: ขอถามย้อนไปเรื่องส่งงานนิดนึงค่ะ ตั้งแต่คิดว่าจะส่งงานไปที่
สำนักพิมพ์ กระทั่งได้มีผลงานเล่มแรกออกมา ใช้เวลานานแค่ไหนคะ
และต้องรอนานไหม
พี่ระจัน
: กว่าจะออกเล่มแรกเขียนอยู่สองปี
(แต่ไม่ได้ส่งที่ไหน) แต่เขียนเป็นชิ้นแล้วส่งไป
ตามนิตยสารต่างๆ (แทบทุกหัว) ส่งอยู่แบบนั้นเป็นปี เป็นสองปี เป็นสามปี
เป็นสี่ปี
ไม่ผ่านเลยจนทุกวันนี้ สรุปคือไม่มีนิตยสารเล่มไหนสนใจเลย ส่วนพ้อคเก็ตบุ๊คก็ส่งเหมือนกัน
เป็นปี เป็นสองปี แต่ มี สนพ. มติชนสนใจ ก็เลยได้เขียนมาอีก สี่เล่ม
ส่งไป หนังสือพิมพ์
กรุงเทพธุรกิจ(เสาร์สวัสดี)
ก็ได้เขียนอยู่ 1 ปี (กว่าจะเป็นเล่ม ต้องอดทนมากๆ)
DEEWRITE
: ตอนนี้วางแผนการทำงานยังไงบ้างคะ ยังแบ่งเวลาวาดไว้
เพื่อรวมเล่มอยู่ไหมคะ หรือพักไปก่อน
พี่ระจัน
: แผนงานไม่ได้วางเลย แต่คิดไว้เสมอว่าจะทำอะไรที่เราชอบเท่านั้น
ไม่ชอบจะไม่ฝืนทำเด็ดขาด ไม่ว่างานนั้นจะได้เงินดีหรือมีชื่อแค่ไหน
ส่วนงานวาดรูป
เพื่อ(อนาคต) จะมีเป็นเล่มยังวาดตลอดแต่วาดเก็บไว้ รอคราวของเราวนมาอีกรอบ
ค่อยหยิบเอามาใช้ ไม่พัก เพราะเวลาเราเขียนงาน มันไม่ได้ทำงาน ฉะนั้น
เหมือนเป็น
การพักไปในตัว (ฮา)
DEEWRITE
: เดี๋ยวนี้มีภัยร้ายของคนเขียนงาน ภัยที่ว่าก็คือการลอกงาน
ซึ่งมีตั้งแต่ลอกไปลงไดอารี่ ซึ่งบางครั้ง คนลอกก็อ้างว่าตัวเองเขียน
ไปจนกระทั่ง ลอกหรือขโมยงานคนอื่นไปส่ง สนพ. คิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงคะ
พี่ระจัน
: เรายังไม่เคยโดนใครลอกงาน เท่าที่รู้นะ
แต่เคยมีน้องนักเขียนคนหนึ่ง
ของ สนพ . แห่งหนึ่ง เอางานไปลงในรวมหลายคนเขียน แต่คิดว่าเขาคงไม่ตั้งใจ
โทร.ไปบอกเขา เขาก็โอเค ก็จบกันไป ส่วนกรณีที่ลอกกันในปัจจุบัน มันคงเป็น
ทัศนคติที่น่ากังวลสำหรับคนรุ่นใหม่ คือ ลอกกันหน้าด้านๆ แบบว่า เฮ้ย
มึงกล้า
ลอกเขาได้ยังไงวะ (ฮา) เขามองเรื่องการลอกเป็นกรณีเล็กละมัง ถ้าจับได้
ก็หายไปเดี๋ยวคนก็ลืมถ้าจับไม่ได้ก็ลอกต่อไป มันเป็นแนวคิดรวบรัดของยุคนี้ละมัง
อยากดังทำไงดี อยากเป็นนักเขียนทำไงดีก็กูขี้เกียจ มันช้า ลอกแม่มเลย
ไวดี (ฮา)
DEEWRITE
: แรงบันดาลใจในการวาดภาพ เขียนงาน แต่ละครั้ง ส่วนใหญ่
จะได้แนวคิดและแรงบันดาลใจจากไหนคะ แล้วภาพจะมาก่อน หรือได้ข้อความ
ก่อน แล้วถึงวาดภาพคะ
พี่ระจัน
: มาจากสิ่งแวดล้อม มาจากเราพบอะไรมา
เรารู้อะไรมา สิ่งนั้นไม่จำกัดว่า
จะเป็นอะไร ชีวิตประจำวัน หนัง เพลง ละคร หรือ เรื่องชาวบ้าน ภาพมักมาหลัง
ข้อความ
มาก่อน
DEEWRITE
: ตอนนี้มีงานตุนไว้กี่ชิ้นแล้วคะ
พี่ระจัน
: ความจริงแล้ว เรามานั่งคิดว่า
จริงๆ แล้วที่เราวาดรูปให้คนโน้นคนนี้ดู หรืออ่านนี่
น่าจะมาจากเราบ้ายอ บ้ายุ แน่ๆ ถ้ามี สนพ.(ใจถึง ไม่กลัวซิปหาย)มาของานเราสักเล่มนึง
เราส่งให้ได้พรุ่งนี้เลยนะ แต่ประเทศนี้ คงไม่มี สนพ. แบบนั้นเหลือแล้วไง
เราถึงบอกว่า
งานฟอร์เวิร์ดกลับมาที่เราครั้งใดเรารู้สึกดีทุกครั้ง
มันทำให้เราคิดว่าเมื่อครั้งแรก
เราเขียนให้คนอ่านฟรีนี่นา มันคือ การแสดงนิทรรศการ มันคือโชว์ งานมันต้อง
แสดง แต่ว่าในรูปแบบไหนค่อยๆ คิดกันไป อย่างน้อยๆ ตอนนี้งานเราออกไปสู่โลก
แล้ว(เมล์) ผ่านไปอีกเป็นสิบปี มันก็จะยังถูกส่งต่ออยู่แบบนั้น
หากเราตายไปแล้ว
งานก็ยังอยู่แบบนั้น
เท่ดีเหมือนกันนะ งานเป็นอมตะ...
แล้วการสนทนาที่ดูเหมือนจะสั้น
ก็จบลงที่ถ้อยคำบางประโยคที่ทำให้ต้องคิดในมุมกลับ
้อยู่หลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะเรื่องฟอร์เวิร์ดเมล์ ที่พี่ระจันบอกว่า
เป็นเสมือนเวที
แสดงผลงานที่จะคงอยู่ไปอีกยาวนาน และถ้าไม่มีใครแอบอ้างผลงานของผู้อื่นไปเป็นผลงาน
ของตน ก็คงจะยิ่งดีไม่น้อย... คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมคะ...
.
สัมภาษณ์โดย
อัญชา ณ deewrite.com
บันทึกเมื่อ 8 ก.พ. 50 สงวนลิขสิทธิ์
|