|
ปัญหาโลกแตกที่คนเขียนเรื่องทุกคนต่างก็เคยประสบมาแล้วทั้งสิ้น
เมื่อวานยังเขียนคล่องมืออยู่ดีๆ พอรุ่งขึ้นอีกวันก็เขียนไม่ออกเสียอย่างนั้น เมื่อเกิดอาการแบบนี้ขึ้นแล้ว
ลองมาวิธีแก้ไขกันดีไหมคะ
ประมวลวิธีแก้อาการตีบตันทางความคิด
หยุดเขียนงานชิ้นนั้นๆ
แล้วไปทำอย่างอื่น
-นี่ไม่ใช่การประชดประชันแต่อย่างใด แต่เป็นวิธีที่ทำให้คุณไม่หมกมุ่นกับความคิดของตัวเองมากจนเกินไป
บางครั้ง การพยายามฝืนเขียนต่อไปทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าความคิดของคุณกำลังมีปัญหา
จะทำให้งานเขียนของคุณมีปัญหาตามไปด้วย สมมติว่ากำลังเขียนฉากรักอยู่ๆ
ดี ตัวละครก็อาจจะมีการนอกบทหลุดซีน หรือหลุดคาแรคเตอร์ของตัวเองไปเลย
เรียกง่ายๆ ว่าเริ่มจะเขียนเพี้ยนไปแล้วนั่นเอง
ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอให้หยุดเขียนงานชิ้นนั้นๆ
แล้วพักสักครู่ อาจจะลุกไปชงกาแฟมาดื่มสักแก้ว แล้วออกไปเดินเล่นนอกบ้านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
พอรู้สึกผ่อนคลายค่อยลองกลับมาเขียนงานชิ้นนั้นดูอีกครั้ง ถ้าสามารถดำเนินเรื่องต่อไปได้โดยไม่ติดขัด
ก็นับว่าประสบความสำเร็จในการทำลายความคิดอันตีบตันไปแล้วค่ะ
หางานอดิเรกอย่างอื่นมาทำในระหว่างที่ยังคิดไม่ออก
-หากหยุดพักชั่วคราวแล้วความคิดก็ยังไม่ลื่นไหล ขอแนะนำให้หันไปหยิบงานอดิเรกอย่างอื่นมาทำไปพลางๆ
อาจจะเป็นสิ่งที่คุณชอบหรือมีความสนใจเป็นทุนอยู่แล้ว เช่น ปลูกต้นไม้
ดูหนัง ทำอาหารทานเล่นให้เพลินใจ หรือออกไปถ่ายรูปวิวทิวทัศน์นอกบ้าน
เป็นต้น
การทำเช่นนี้จะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของคุณไม่ให้รู้สึกเครียดกับการเขียนงานมากจนเกินไป
อีกทั้ง การพักผ่อนในลักษณะนี้ก็สามารถทำได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องกำหนดตายตัวลงไปว่าฉันจะพักแค่สิบนาที
สองชั่วโมง หรือสามวันเท่านั้น หลังจากนั้นฉันจะต้องกลับมาเขียนงานต่อให้ได้
การทำแบบนี้ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มความเครียดให้ตัวคุณเอง วิธีที่ดีจึงควรทำตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายจริงๆ
ปล่อยให้ความอยากเขียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สมองคุณก็ค่อยๆ คิดรายละเอียดของสิ่งที่จะเขียนทีละน้อย
จนเมื่อรู้สึกว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเขียน รายละเอียดที่ค่อยๆ เก็บสะสมไว้จะทำให้คุณเขียนงานต่อได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
คุณจะแปลกใจว่าทำไมความคิดของคุณถึงได้วิ่งฉิวไม่ติดขัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันยังเขียนไม่ออกอยู่แท้ๆ
วางโครงเรื่องงานชิ้นใหม่ไปเลย
-วิธีจะทำให้คุณรู้สึกสนุกกับการคิดหาเรื่องราวใหม่ๆ มาเขียน บางครั้งการค้นหาข้อมูลสำหรับเป็นวัตถุดิบในการเขียนเรื่องก็ทำให้สนุกได้ไม่น้อย
ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จะทำให้คุณกระหายที่จะเขียนงานชิ้นนั้นๆ มากขึ้น
ส่วนงานชิ้นเดิมที่ติดขัดก็ให้พักไว้ก่อน ตอนนี้ขอแค่ให้คุณรู้สึกสนุกกับเรื่องราวใหม่ๆ
ที่กำลังจะสร้างขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า
อ่านงานเขียนของคนอื่น
-โดยเรื่องที่อ่านนั้นไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นงานเขียนของนักเขียนดังเท่านั้น
จะเป็นงานเขียนของใครก็ได้ ปัจจุบันมีพื้นที่สาธารณะมากมายในอินเตอร์เน็ต
และหลายที่ก็มีพื้นที่ให้บริการสำหรับเผยแพร่งานเขียนแบบออนไลน์ หรือจะเป็นเวบไซต์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ
ก็ได้เช่นกัน ลองแวะไปอ่านเรื่องสั้นหรือนวนิยายออนไลน์สักสองสามเรื่อง
เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งนี้จะทำให้คุณรู้สึกคึกคักจนอยากเขียนงานของตัวเองต่อ
ยิ่งไปเจอเรื่องที่เขียนสนุกแล้วล่ะก็ คุณจะรู้สึกอยากเปิดงานของตัวเองเดี๋ยวนั้นเลย
ความรู้สึกขณะนั้นจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ที่ช่วยทำให้คุณเขียนงานได้อย่างลื่นไหล
เหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟแบบกลายๆ
เป็นยังไงบ้างคะ
วิธีการที่แนะนำมานี้พอจะช่วยแก้ปัญหาของคุณได้หรือเปล่า ถ้าใครมีเคล็ดลับอะไรดีๆ
ก็อย่าลืมบอกกันบ้างนะคะ ^ ^
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ
1 ก.พ. 2550
|