|
โชติ แพร่พันธุ์ เจ้าของนามปากกา
"ยาขอบ" ที่คนไทยรู้จักทั่วประเทศ
ซึ่งในวงการ
หนังสือพิมพ์เมืองไทยสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี
พ.ศ.2475 มีคำกล่าวกันว่า มี "3 ทหารเสือ" ที่มีผลงานและชื่อเสียงโด่งดังติดอันดับสูงสุด
เสมือนดาวจรัสแสงของบรรณพิภพอยู่ 3 คน นั่นคือ นายกุหลาบ
สายประดิษฐ์ เป็นพี่เอื้อยใหญ่,
นายมาลัย ชูพินิจ เป็นพี่กลาง และนายโชติ
แพร่พันธุ์ หรือ ยาขอบ คือน้องนุชคนสุดท้อง
ในช่วงเจริญวัย มารดาของนายโชติ แพร่พันธุ์ได้นำมาฝากเป็นเด็กในบ้านพระยาบริหารนครินทร์
ซึ่งที่บ้านเจ้าคุณผู้นี้ นายโชตมีโอกาสได้อ่านวรรณกรรมชั้นดีหลายเรื่อง
เช่น ขุนช้างขุนแผน, สามก๊ก,
รามเกียรติ์, อิเหนา ซึ่งได้กลายเป็นพื้นฐานในการเขียนหนังสือในกาลต่อมา
จากนั้น ได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์
ซึ่งเพื่อนร่วมห้องเรียนเดียวกัน ต่อมา
ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการนักเขียนและหนังสือพิมพ์เมืองไทย คือ
หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง ระพีพัฒน์, นายกุหลาบ สายประดิษฐ์, และนายสด
กูรมะโรหิต เป็นต้น
นายโชติ แพร่พันธุ์ ชีวิตเด็กหักเห
เมื่อเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนเทพศิรินทร์ชั้นมัธยมปีที่ 4
ตอบคำถามของครูถนิม เลาหะวิลัย ที่ถามว่า ธรรมะคืออะไร ด้วยนิสัยรักสนุกและเจ้าบทเจ้ากลอน
จึงตอบว่าธรรมะคือคุณากร ส่วนชอบสาธร ดั่งดวงประทีปชัชวาล จึงถูกทำโทษ
แต่เจ้าตัวกระโดด
หน้าต่างโรงเรียนหนี และหนีออกจากบ้านเจ้าคุณบริหารนครินทร์ด้วย
หลังจากเร่ร่อนอยู่ริมถนนแถวเจริญกรุง
เป็นทั้งจ๊อกกี้แข่งม้า, เด็กปิดใบปลิวหน้าโรงหนัง ครูถนิมมาเจอเข้า
จึงรับตัวไปทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรีวิวที่ครูถนิมเป็นเจ้าของ และบรรณาธิการ
ต่อมาได้ทำงานที่หนังสือพิมพ์ธงไทย ของนายเฉวียง เศวตะทัต และเปลี่ยนไปสมัครทำงานเป็น
หัวหน้าแผนกโฆษณาของห้างขายยาเพ็ญภาค
นายโชติ แพร่พันธุ์ มีหน้าที่ออกแบบและค้นคิดประโยคถ้อยคำโฆษณาแปลกๆใหม่ๆ
ที่ติดหูผู้ฟัง
ออกสู่ตลาด เป็นที่ถูกใจนายเจือ เพ็ญภาคกุล เจ้าของมากเป็นพิเศษ
พ.ศ.2472 นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ เจ้าของหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ
เล็งเห็นแววนักเขียนเอก
ของเพื่อนผู้นี้ จึงขอร้องแกมบังคับให้เขียนเรื่องตลกขบขันส่งมาลงเป็นประจำ
และตั้งนามปากกาให้
้ด้วยว่า "ยาขอบ" เลียนแบบมาจากชี่อ
"W.W.JACOB" นักเขียนเรื่องตลกชื่อดังชาวอังกฤษ
ยาขอบ
นามปากกาของนายโชติ แพร่พันธุ์นอกจากเขียนเรื่องต่างๆลงในหนังสือพิมพ์หลาย
ฉบับแล้ว ยังมีผลงานการประพันธ์มากมายหลายสิบเรื่อง ที่รวมเล่มไว้ด้วย
นิยายเลื่องชื่อของท่านคือ
ยอดขุนพล ต่อด้วย ผู้ชนะสิบทิศ และสามก๊กฉบับวณิพก
นายโชติ แพร่พันธุ์ เป็นคนมีอัธยาศัยสนุกสนานร่าเริง
ชอบดื่มกินกับเพื่อนๆ นักเขียนทั้งที่โรงพิมพ์
และสมาคมหนังสือพิมพ์ฯมากกว่าอยู่กับลูกเมีย คือ จรัส ภรรยาชาวสวนฝั่งธนบุรี
และมีบุตรชายโทน
คือนายมานะ แพร่พันธุ์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโสในปัจจุบัน
หลังจากเดินเข้าออกโรงพยาบาลด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง
ในที่สุดก็ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 5 เมษายน
พ.ศ.2499 ขณะอายุได้เพียง 51 ปี
นายโชติ แพร่พันธุ์ ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการหนังสือพิมพ์เลือกตั้งให้เป็น
นายกส.น.ท. 2 สมัย ในระหว่างปี พ.ศ.2491-2492 โดยก่อนหน้านั้นได้ร่วมเป็นคณะกรรมการ-
บริหารมาตลอดทุกปี
ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ
|