คุณชอบมองท้องฟ้าไหม?

 ฉันเชื่อว่าเกือบทุกคนคงจะตอบว่าชอบ การได้มองความกว้างใหญ่ไพศาลของท้องฟ้าทำให้จิตใจสัมผัสได้ถึงความอิสระ
ครั้นพอเห็นนกโผบินอยู่ด้านบน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แผ่นฟ้านี้จะมีความสูงสักเท่าใดกันนะ ก้อนเมฆที่ปรากฏตรงหน้า
เรา จะอยู่ห่างจากพื้นโลกขึ้นไปไกลเพียงไหน แล้วเราจะมีโอกาสได้สัมผัสความนุ่มที่คิดไปเองว่ามีได้ไหม?

 คำถามนี้คงจะเป็นได้แค่ความคิดเพ้อฝันที่เกิดขึ้นในบางช่วงเวลา แต่ก็เกิดขึ้นในเกือบจะทุกครั้งที่ฉันแหงนหน้ามองขึ้น
ไปยังเบื้องบน หากได้มองหมู่เมฆในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก ความสวยงามของสีสันที่แต่งแต้มก้อนเมฆทำให้ฉันต้องยก
กล้องขึ้นมาเก็บภาพอยู่ร่ำไป แม้จะเคยถ่ายรูปก้อนเมฆเก็บเอาไว้มากมาย แต่ฉันรู้สึกว่าก้อนเมฆและท้องฟ้าในแต่ละวัน
ไม่เหมือนกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างและตำแหน่งของเมฆแต่ละก้อน ภาพบางภาพ เราอาจเห็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต
บางภาพก็เห็นจนเจนตา แต่เมื่อสังเกตดีๆ ก็จะพบว่า มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันเสมอ บางวันฉันเห็นก้อนเมฆ
ขนาด เล็กรวมกันเป็นแพคล้ายรูปพัด บางวันก็เห็นเส้นจางๆ บนท้องฟ้าเหมือนใครนำพู่กันหมาดสีไปตวัดทิ้งไว้ในอากาศ
จนเห็นเป็นเส้นร่างจางๆ พอให้จินตนาการได้

  ความสนใจในปรากฏการณ์ธรรมชาติของฉันเพิ่มมากขึ้นเมื่อปรากฏข่าวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศจีน พลังขนาด
7.9 ริกเตอร์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังการปล่อยพลังงานอันมหาศาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับหมื่น ขณะเดียวกันก็ยังมี
จำนวนผู้บาดเจ็บอีกนับแสนราย ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน บังเกิดเป็นความโศกเศร้าและเห็นใจในชะตากรรม
ของเพื่อนร่วมโลกนับหมื่นนับแสนชีวิต ขณะเดียวกัน ข่าวนี้ก็ทำให้ฉันรู้จักกับคำว่า "เมฆแผ่นดินไหว"

  รายงานข่าวจากบางเว็บไซต์ระบุว่า ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ บอกให้รู้ว่ากำลังจะเกิดแผ่นดินไหว แม้แต่เครื่องตรวจการ
เกิดแผ่นดินไหวเองก็ยังพยากรณ์ล่วงหน้าไม่ได้ เพราะเครื่องตรวจวัดที่ทางการจีนใช้นั้น จะพยากรณ์เหตุแผ่นดินไหวล่วง
หน้าได้ก็ต่อเมื่อมีการไหวเตือนก่อนเท่านั้น และยังบอกเพิ่มเติมอีกว่านักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นใช้การสังเกตเมฆแผ่นดินไหว
มาเป็นส่วนหนึ่งในการพยากรณ์แผ่นดินไหวล่วงหน้าอีกทางหนึ่งด้วย

  หลังจากอ่านข่าวนี้ ความสนใจในเรื่องเมฆแผ่นดินไหวก็ทำให้ฉันค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ จนไปพบข้อมูลเเรื่อง
สิ่งบอกเหตุก่อนการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จากเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรณี จากข้อมูลที่ได้ ทำให้ฉันหันมา
สนใจกับรูปร่างหน้าตาของก้อนเมฆมากขึ้น และประจักษ์กับตัวเองว่า ปรากฏการณ์เมฆแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ตัวเรานี่เอง

  ในตอนสายของวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551 ฉันพบว่าบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆเกล็ดปลาจำนวนมาก จึงรีบไปคว้า
กล้องถ่ายรูปมาบันทึกภาพไว้ และรีบโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่หลังจากที่ฉันได้ยินข่าวเรื่องแผ่นดินไหวที่
ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้
ซึ่งความแรงของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบที่กั้นฟิลิปปินส์กับไต้หวันมีความ
รุนแรงถึง 6.8 ริกเตอร์ เพื่อนของฉันบอกว่า ที่เชียงใหม่ก็ปรากฏเมฆแผ่นดินไหวเป็นรูปเกล็ดปลาเช่นกัน ลักษณะของ
เมฆที่ปรากฏในภาพถ่ายเหมือนกับก้อนเมฆที่ฉันถ่ายภาพได้จากหน้าบ้านของตัวเองไม่มีผิด



   ฉันยังคงตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้รู้ และเริ่มเก็บภาพก้อนเมฆแปลกๆ ที่เข้ากับลักษณะของเมฆแผ่นดินไหวเอาไว้มากมาย
สิ่งแรกที่ฉันทำในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นคือออกมาสังเกตท้องฟ้า บางวันจึงได้เห็นเมฆเกล็ดปลากระจัดกระจาย หรือบางวัน
ก็เห็นเมฆที่มีลักษณะคล้ายงูกำลังเลื้อยผ่าน บางครั้งเป็นเส้นตรง บางครั้งเป็นเส้นแถบที่มองเห็นได้ชัดเจน และเมฆ
ที่ปรากฏในตอนสายของวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ก็ทำให้ฉันต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อทราบข่าวว่า เช้ามืดของวันเดียว
กัน ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกที่ประเทศอินโดนีเซียด้วยความรุนแรงขนาด 5.8 ริกเตอร์  




  จะด้วยความบังเอิญหรืออื่นใดก็ตาม แต่ฉันเชื่อในสัญญาณจากธรรมชาติเสียแล้ว ฉันค้นหารูปเก่าๆ ที่เคยถ่ายเก็บไว้
ตั้งแต่ปี 2548 พบว่า ตัวเองเคยถ่ายภาพเมฆเกล็ดปลาและเมฆที่มีลักษณะคล้ายเส้นตรงไว้หลายรูปด้วยกัน จากนั้น
ฉันกับเพื่อนที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็มักจะคุยกันเรื่องเมฆแผ่นดินไหวที่เห็นนี้ เราต่างคนต่างเก็บภาพก้อนเมฆในท้องที่
ของตัวเองและแลกเปลี่ยนกันชม


(เมฆรูปงูและเกล็ดปลากระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้า)

 


เมฆแถบที่มีลักษณะเป็นเส้น คล้ายงู


  ความตื่นเต้นผสานกับความกังวลทำให้หัวข้อสนทนาในระยะหลัง หนีไม่พ้นเรื่องภัยธรรมชาติที่ไม่อาจทำนายเวลาที่จะ
เกิดขึ้นล่วงหน้าได้... และในตอนเช้าของวันนี้ ฉันก็ได้เห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทำให้ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น

คุณเคยเห็นรุ้งแบบนี้ไหม?

 มันไม่เหมือนกับรุ้งอื่นที่เราท่านเคยเห็นผ่านตามาตั้งแต่เด็ก รุ้งเส้นนี้ไม่ได้โค้งตัวเอาปลายด้านหนึ่งลงพื้น แต่มันโค้งตัว
และขนานกับพื้นโลกในแนบราบ

  ไม่ใช่รัศมีแสงที่เกิดจากอาทิตย์ทรงกลด เพราะพระอาทิตย์ที่ฉันเห็นกำลังเจิดจ้า และไร้ซึ่งวงรัศมี และโค้งรุ้งนั้น ก็หัน
ด้านโค้งเข้าหาดวงอาทิตย์ มันจึงไม่มีทางเป็นโค้งรุ้งที่ปรากฏตอนพระอาทิตย์ทรงกลดอย่างแน่นอน

  ท้องฟ้าทางทิศตะวันออก มีก้อนเมฆคล้ายลอนคลื่นแผ่กว้าง และเป็นหนึ่งในลักษณะของเมฆแผ่นดินไหว ธรรมชาติ
กำลังบอกอะไรกับเรา?

ฉันไม่มีคำอธิบายใดมาตอบความสงสัยของตัวเองได้ กับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จากภาพถ่ายที่เห็น

คงต้องรอให้ธรรมชาติเป็นผู้ตอบคำถามนี้กระมัง...

ภาพและเรื่องโดย อัญชา
11 มิถุนายน 2551

 

เว็บไซต์แนะนำ.-

http://earthquakecloud.wordpress.com : รวมภาพเมฆแผ่นดินไหวที่น่าสนใจ

เรื่องเล่าริมทางเดิน : ดินไหวอยู่ในฟ้า? โดย วาดวลี

กรมทรัพยากรธรณี

รวมรูปเมฆแผ่นดินไหว โดย อัญชา

 

 

 
 
       
 
web tracker

Copyright@2005-2008. All rigths reserved by www.deewrite.com. & ancha_no1@yahoo.com.